เมื่อใจไร้ทางความสว่างจักแผ่เผย

นภาที่ว่ากว้าง จักรวาลที่ว่าไกล ยังมีปริศนัย เอ่ยว่า

สุดขอบฟ้าและจักรวาล สรรพสิ่งล้วนเชื่อมใย สายสัมพันธ์เป็นเกลียวใหญ่น้อยพัวพัน ยรรยง ยุ่งเหยิง

และเมื่อเจ้ามองด้วยสายตาของเจ้า เจ้ามักเห็นเพียงเท่าสายตานั้น และเจ้าก็คาดเดาเองว่า

ชีวิตของเข้าไร้ซึ่งสรรพสิ่งและการเชื่อมโยงช่วยเหลือ เจ้าจึง น้อยวาสนาด้วยการคิดแบบเจ้า ว่าไร้ที่พึ่งพิง

ทั้งทางด้าน ร่างกายและจิตใจ เจ้าหารู้ไม่ว่าแม้ร่างกายผุเน่าเจ้าจักไร้ที่พึ่ง

แต่จิตวิญญาณของเจ้าหาหนทางในการเปิดเผยประตู “สู่จิต” อันนิรันดร์ ให้กับเจ้าทุกช่วงเวลา

เป็นเช่นทูตผู้พิทักษ์ ความเขลาของเจ้าให้พบดวงตาแห่งแสงทอง แม้โลกสมมุติเจ้าจักไร้แหล่งพึ่งพักพิงจิตใจ

แต่โลกของความจริงและสรรพสิ่ง ไม่เคยละสายตาและละทิ้งผู้ใด แม้ผู้นั้นจักทำผิดคิดชั่ว หรือทำดี กตัญญูกตเวทิตาเพียงไร

ก็จักได้รับรางวัลน้น โดยไมมีความลำเอียงใดๆ เจ้าจักได้รับ ความยุติธรรมจากแสงสว่างนั้น ทั้ง ๒ ด้านเสมอ เท่าๆกัน

เช่นนั้นเจ้าจักเลือกรอรับแสงสว่างเช่นไร เจ้าจักรู้เพื่อตื่น และเบิกบาน หรือมืดมิด..ก็ด้วยตัวเจ้าเอง

 

แม่ครูน้อย

No Comments

Give a Reply